บทความ

บันทึกการอ่านครั้งที่ ๒๗

                                             วันเสาร์ ที่๓ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑ บ้านหลังสุดท้าย       ทุกคนเริ่มหมดแรง สองขาแถบจะก้าวไม่ออก อ่อนเพลียทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ เมื่อไรจะถึงบ้านใหม่ พ่อทำไมถึงอยู่ไกลอย่างนี้    หนู ไม่อยากไปที่นั้นเลยหนูกลัวว่ามันจะไม่ใช่บ้านใหม่ของเรา ฟ้าบอกพ่ออย่างท้อแท้ แต่ความหวังยังไม่สิ้น เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาตรงหน้าทุกๆคนคือแนวป่าหนาทึบฟ้าย่างกรายเข้า ไปสู่บ้านใหม่ที่สมบูรณ์ ฟ้าวิ่งไปยังลำธารที่ได้ยินอย่างรวดเร็ว เขม้นมองหาอะไรอย่างหนึ่งที่คุ้นเคย สวัสดี เจ้าปลาน้อย ฟ้าเอ่ยทักทายฝูงปลาอย่างดีใจ เด็กน้อยฟ้ากระโดดโลดเต้นไปมา ฟ้าวิ่งไปทั่วจนมาหยุดยืนอยู่ริมลำธารอีกครั้งหนึ่งก็รู้สึกถึงความเย็นฉ่า ของสายน้ำกำลังเล่นน้ำเพลินๆก็ต้องสะดุ้งเพราะเสียงร้องเรียกของพ่อ และขึ้นจากน้ำทันทีเพราะรู้ว่าจะต้องไปผจญภัยในป่ากับพ่ออีกครั้งหนึ่ง รอบๆฟ้าและพ่อมีแต่ต้นไม้และเสียงร้องของสัตว์หลายชนิด ฟังแล้วชั่งไพเราะ ฟ้าได...

บันทึกการอ่านครั้งที่ ๒๖

                                                วันเสาร์ ที่๓ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑ อยู่ที่หัวใจ       หัวใจของคนเราเป็นศูนย์กลางของการกระทำทุกสิ่งทุกอย่าง    เพราะหัวใจนี่แหละที่ทำให้ผลลัพธ์ของการกระทำเปลี่ยนแปลง    ถ้าใจของเราคิดดีผลลัพธ์ที่เราทำนั้นก็จะออกมาดี    ถ้าใจเราคิดไม่ดีผลลัพธ์ที่อกมานั้นก็จะไม่ดีด้วย    แต่ถ้าเรามัวแต่กลัวจนไม่กล้าที่จะลงมือทำอะไรเลยก็จะเกิดผลเสียตามมา     การงานทุกการงานก็ขึ้นอยู่กับหัวใจ    ดังนั้นเราจึงควรทำงานทุกงานด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์เพราะว่ามันจะส่งผลดีต่อตัวเราและคนรอบข้างของเราด้วยเช่นกัน ที่มา :    มุซักกีร. อยู่ที่หัวใจ.กรุงเทพฯ :  ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้,๒๕๕๘

บันทึกการอ่านครั้งที่ ๒๕

                                              วันเสาร์ ที่๓ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑   ร้อยใจประสานมือ               ฟานและทุกคนอาศัยอยู่ในทับหลังใหม่อย่างมีความสุข  ทับใหม่ในป่าผืนสุดท้ายเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่  สายธารไหลรินให้ความชุ่มชื่นแก่ทุกชีวิต  มีมวลสัตว์ป่ามากมายมาให้ล่าเป็นอาหารอย่างไม่ขาดแคลนทั้งเผือก  มัน  สมุนไพร  ล้วนสมบูรณ์พูนสุข  เหล่านี้คือสิ่งที่ฟานและพวกของเขาต้องการ  เมื่อสิ่งหนึ่งถูกทำลายสิ่งอื่นๆก็จะถูกทำลายด้วยแต่ขณะเดียวกันคนก็สามารถรักษาป่าได้ด้วย  ป่าเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฟานและพวกเขา  ยามหิวป่าให้อาหาร  ยามป่วยไข้ป่าให้ยารักษา  ยามหนาวเหน็บป่าให้ความอบอุ่น  ยามเงียบเหงาป่าให้เสียงดนตรีจากต้นไม้ใบหญ้ากรีดใบจากเสียงร้องของสรรพสัตว์  ในขณะเดียวกันฟานก็ต้องมีหน้าที่ดูแลรักษาป่า  เพราะหากวันไหนที่ป่าถูกโค่นทำลายลง  วันนั้นและขอ...

บันทึกการอ่านครั้งที่ ๒๔

                                              วันเสาร์ ที่๓ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑         ความจริงที่ต้องการ      เด็กตาบอดคนหนึ่งนั่งที่ขั้นบันไดของตึก  โดยมีหมวกวางหงายไว้ข้างๆมีป้ายเขียนไว้ข้างตัวว่า"ผมตาบอด กรุณาช่วยด้วย" มีเหรียญเพียงสองสามอันในหมวก  ชายคนหนึ่งเดินผ่านมา เขาหยิบเงินสองสามเหรียญจากกระเป๋า  แล้วหย่อนลงในหมวก  เขาหยิบป้ายข้างเด็กตาบอดมาเขียนที่ข้างหลัง  แล้ววางไว้ที่เดิม  เพื่อให้คนเดินผ่านแล้วได้เห็นข้อความใหม่บนป้ายในไม่ช้า....หมวกก็เต็ม  ผู้คนมากมายให้เงินแก่เด็กตาบอด บ่ายวันนั้นชายที่เขียนป้ายให้ใหม่กลับมาดู ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนั้น เด๊กชายจำเสียงฝีเท้าของเขาได้ก็ถามขึ้นว่า"คุณใช้คนที่เขียนป้ายให้ผมใหม่ เมื่อเช้าใช่ไมครับ" คุณเขียนว่าอะไรครับ  ชายคนนั้นพูดขึ้นว่า "ฉันแค่เขียนความจริง  ฉันเขียนสิ่งที่เธอพูดแต่เขียนด้วยคำพูดที่แตกต่างกัน" ฉันเขียนว่า"วันนี...

บันทึกการอ่านครั้งที่ ๒๓

                                             วันเสาร์ ที่๓ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑ ของขวัญอันล้ำค่า       เรื่องราวซึ้ง ๆ ของหญิงสาวตาบอดคนหนึ่ง ที่เกลียดตัวเอง เกลียดโชคชะตาที่ทำให้เธอตาบอด  จนพาลไปเกลียดทุก ๆ คนรอบตัวเธอไปด้วย   แต่ทว่าเธอกลับทุ่มสุดหัวใจรักแฟนหนุ่มที่ทำทุกอย่างเพื่อเธอ   และให้กำลังใจเธอในทุก ๆ สถานการณ์   เธอบอกกับแฟนหนุ่มของเธอว่า  “ ถ้าฉันได้กลับมาเห็นโลกที่สวยงามอีกครั้ง ฉันจะแต่งงานกับเธอ ” และแล้ว   วันหนึ่งได้มีผู้ใจบุญบริจาคดวงตามาให้เธอ   หลังจากการผ่าตัดที่ผ่านพ้นไปด้วยดี และแล้วก็มาถึงวันที่ถอดผ้าพันแผลออก   ทำให้เธอได้มองเห็นโลกอีกครั้งหนึ่ง   รวมทั้งได้เห็นแฟนหนุ่มที่อยู่เคียงข้างเธอมาตลอด แล้วแฟนหนุ่มก็ถามเธอว่า  “ ผมดีใจที่คุณมองเห็นอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากจะขอคุณแต่งงานตามที่สัญญากันไว้   คุณจะแต่งงานกับผมไมครับ ” หญิงสาวมองหน้าแฟนหนุ่มของเธอและเห็นว่า   แฟนหนุ่มของ...

บันทึกการอ่านครั้งที่ ๒๒

                                         วันเสาร์ ที่๓ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑                                                               ลูกตาลเป็นเหตุ       นักเดินทางคนหนึ่งรู้สึกป่วยอย่างกะทันหันเนื่องจากความรอนของเเสงเเดด  จึงหยุดพักใต้ต้นตาลในไร่ข้างถนน  ในไม่ช้านักเดินทางก็สั่นตัวด้วยพิษไข้ ขณะนั้นนกกาตัวหนึ่งอยู่บนพื้นดินใกล้ๆกับนักเดินทาง รู้สึกสงสัยจึงบินไปเกาะบนลูกตาลซึ่งสุกจนงอม   เเล้วลูกตาลลูกนนั้นก็หล่นมาโดนศรีษะของนักเดินทางทำใหเขาได้รับบาดเจ็บ  ในไม่ช้าก็มีคนผ่านมาเห็นก็พานักเดินทางไปหาหมอ  เมื่อฟื้นจากกการบาดเจ็บ เขาก้ไปฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของไร่ แต่ผู้ใหญ่บ้านกลับฟ้องคดีของเขาโดยอ้างว่านกกาตัวนั้นเป็นต้นเหตุทำให้ลูก ตาลตกลงมา  นักเดินทางไม่พอใจจึงนำควา...

บันทึกการอ่านครั้งที่ ๒๑

                                                  วันเสาร์ ที่๓ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑         เกือบสายไปแล้ว       ช่วงวัยของชีวิตไม่มีใครปฏิเสธิได้เลยว่าวัยรุ่นวัยเรียนนั้นน่าสนุกที่สุด เพราะเมื่อเราจากไกลบ้านแล้วนั้นเท่ากับว่าไม่มีผู้ใหญ่คอยขีดขวางอีกแล้ว กับการมีชีวิตตามลำพังมีบททดสอบมากมายให้ลองผิดลองถูกทุกอย่างขึ้นอยู่กับ เราตัดสินเลือกหนทางเดินเองทั้งสิ้นดั้งนั้นคนคนหน่งที่เรารู้จักโดยบังเอิญ ชีวิตวัยเด็กเขาเป็นเด็กดีมากถูกเลี้ยงมาอย่างดีเขาเป็นลูกคนเดียวจึงุถูก ตามใจในทุกๆเรื่องหลังจบชั้นประถมก็ต่อชั้นมัธยมเมื่อออกสู่โลกภายนอกทำให้ เขาหลงระเริงกับสภาพบรรยากาศใหม่ๆเรียนได้ไม่กีปีชีวิตเขาก็เปลี่ยนไป ทุกอย่างทางที่ไม่ดีไม่ใส่ใจการเรียนติดยานานวันก็ยิ่งหนักขึ้นเป็นตัวปัญหา ที่ว่าสังคมไม่ต้องการทางบ้านจึงได้ส่งตัวไปเมืองนอกเผื่อส่าจะดีขึ้นแต่ กลับรุนแรงเข้าไปอีกเมื่อทางบ้านทราบข่าวสิ่งที่หวังจึงหมดหนทางสุดท้ายเขา ถูกส่งต...